กระชาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Boesenbergia rotunda (Linn.) Mansf.
ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่น : กะแอน, ระแอน, ว่านพระอาทิตย์
รูปลักษณะ : กระชาย เป็นไม้ล้มลุก ไม่มีลำต้นบนดิน มีเหง้าใต้ดิน ซึ่งแตกรากออกไปเป็นกระจุกจำนวนมาก อวบน้ำ ตรงกลางพองกว้างกว่าส่วนหัวและท้าย ใบเดี่ยว เรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 4.5-10 ซม. ยาว 15-30 ซม. ตรงกลางด้านในของก้านใบมีรองลึก ดอกช่อ ออกแทรกอยู่ระหว่างกาบใบที่โคนต้น กลีบดอกสีขาวหรือชมพูอ่อน ใบประดับรูปใบหอก สีม่วงแดง ดอกย่อยบานครั้งละ 1 ดอก
สรรพคุณของ กระชาย : เหง้า ใช้แก้โรคในปาก ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง ขับระดูขาว
กระทงลาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Celastrus paniculatus Willd.
ชื่อวงศ์ : CELASTRACEAE
ชื่ออื่น : กระทุงลาย, โชด, นางแตก, มะแตก, มะแตกเครือ, มักแตก
รูปลักษณะ : กระทงลาย เป็นไม้เถารอเลื้อย เนื้อแข็ง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปวงรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-4 ซม. ยาว 6-8 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ กลีบดอกสีเขียว ผลแห้ง แตกได้ รูปทรงกลมหรือรูปไข่ เมล็ดมีเยื่อสีน้ำตาลแดง
สรรพคุณของ กระทงลาย : ราก ใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ใบ รักษาโรคบิด แก่น รักษาวัณโรค ผล แก้ลมจุกเสียด บำรุงโลหิต เมล็ด พอกหรือรับประทานรักษาโรคปวดตามข้อ กล้ามเนื้อและอัมพาต น้ำมันในเมล็ด รักษาโรคเหน็บชา และเป็นยาขับเหงื่อ
กระท้อน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sandoricum koetjape (Burm. f.) Merr.
ชื่อวงศ์ : MELIACEAE
ชื่ออื่น : เตียน, เลื่ยน, สะท้อน, มะต้อง, มะตึ๋น
รูปลักษณะ : กระท้อน เป็นไม้ยืนต้น มียางขาว สูง 15-30 เมตร ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่แกมวงรี แกมขอบขนาน กว้าง 6-15 ซม. ยาว 8-20 ซม. เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลืองหม่น ผลเป็นผลสด รูปกลมแป้น สีเหลือง ผิวมีขนแบบกำมะหยี่
สรรพคุณของ กระท้อน : เปลือก ใช้เปลือกต้นต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย
ฆ้องสามย่าน
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kalanchoe laciniata (Linn.) DC.
ชื่อวงศ์ : CRASSULACEAE
ชื่ออื่น : เถาไฟ, ฮอมแฮม
รูปลักษณะ : ฆ้องสามย่าน เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูงได้ถึง 1 เมตร ลำต้นและใบฉ่ำน้ำ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม มีหลายรูปร่าง ใบบริเวณกลางลำต้นเว้าเป็นแฉกลึก ดูกล้ายเป็นใบประกอบ ใบบริเวณโคนต้นไม่เว้า หรือเว้าเป็นแฉกตื้นๆ ใบทั้งสองแบบสีเขียวอ่อน อาจมีสีม่วงแซม ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบดอกสีเหลืองเชื่อมติดกันเป็นหลอด ผลแห้ง แตกตะเข็บเดียว รูปไข่แกมขอบขนาน
สรรพคุณของ ฆ้องสามย่าน : ใบ น้ำคั้นจากใบใช้กินแก้ท้องร่วง ใช้ใบเป็นยาเย็น ดับพิษร้อนภายใน ตำพอกแก้พิษอักเสบ ปวด บวม รักษาแผล ฝีห้ามเลือด พิษตะขาบ แมงป่อง ตากแดดให้แห้ง บดเป็นผงทาลิ้นเด็กอ่อนแก้ละอองทราง
ช้าพลู
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper sarmentosum Roxb. ex Hunter
ชื่อวงศ์ : PIPERACEAE
ชื่ออื่น : นมวา, ผักปูนา, ผักพลูนก, พลูลิง
รูปลักษณะ : ช้าพลู เป็นไม้ล้มลุก สูง 30-80 ซม. มีไหลงอกเป็นต้นใหม่ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 5-10 ซม. ยาว 7-15 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอก ดอกย่อยแยกเพศ ผลเป็นผลสด
สรรพคุณของ ช้าพลู : ต้น ใช้ทั้งต้นขับเสมหะ ใบเป็นยาขับลม การทดลองในสัตว์พบว่าสารสกัด ทั้งต้นมีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และคลายกล้ามเนื้อ
ทับทิม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pomegranate, Punica granatum Linn.
ชื่อวงศ์ : PUNICACEAE
ชื่ออื่น : พิลา, พิลาขาว, มะก่องแก้ว, มะเก๊าะ
รูปลักษณะ : ทับทิม เป็นไม้พุ่ม สูง 2-5 เมตร กิ่งเล็กๆ มักเปลี่ยนเป็นหนามแหลม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 1-2 ซม. ยาว 4-6 ซม. ใบอ่อนมีสีแดง ดอกเดี่ยว หรือช่อ 2-5 ดอก ออกที่ซอกใบและปลายยอด กลีบดอกสีส้มแดง ร่วงง่าย กลีบเลี้ยงหนาแข็ง สีส้ม แกมเหลือง ผลเป็นผลสด รูปกลม
สรรพคุณของ ทับทิม : เปลือกผล ใช้เปลือกผลแก่ตากแห้ง รักษาอาการท้องร่วง ขนาดที่ใช้คือ เปลือกผลแห้ง ประมาณ 1 ใน 4 ผล ฝนหับน้ำให้ข้นๆ กินวันละ 1-2 ครั้ง การกินขนาดสูงอาจเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ใช้ฝนกับน้ำทาแก้น้ำกัดเท้า พบว่ามีสารแทนนิน และกรดแทนนิกซึ่งช่วยฝาดสมาน เปลือกราก, เปลือกต้น มีสาร Pelletierine และ Isopelletierine ซึ่งเป็นพิษจึงไม่ควรใช้
ฝรั่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Guava, Psidium guajava Linn.
ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE
ชื่ออื่น : จุ่มโป, ชมพู, มะก้วย, มะด้วยกา, มะมั่น, มะกา, มะจีน, ย่าหมู, สีดา
รูปลักษณะ : ฝรั่ง เป็นไม้ยืนต้น สูง 3-10 เมตร เปลือกต้นเรียบ ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6 -14 ซม. ดอกเดี่ยวหรือช่อ 2-3 ดอก ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีขาว ร่วงง่าย เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลเป็นผลสด
สรรพคุณของ ฝรั่ง : ใบ แก้ท้องร่วง บิดมูกเลือด ระงับกลิ่นปาก รากขับปัสสาวะ การทดลองกับผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง โดยให้กินผงใบแห้ง 500 มก. ทุก 3 ชม. เป็นเวลา 3 วัน พบว่าได้ผลดีกว่า ยาปฏิชีวนะเตตราซัยคลิน
ฝิ่นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jatropha multifida Linn.
ชื่อวงศ์ : EUPHORBIACEAE
ชื่ออื่น : มะละกอฝรั่ง, มะหุ่งแดง
รูปลักษณะ : ฝิ่นต้น เป็นไม้พุ่ม ลำต้นตั้ง สูง 2-4 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปไข่กว้างแกมรูปโล่ กว้าง 15-20 ซม. ยาว 18- 25 ซม. แยกเป็นแฉกๆ คล้ายใบมะละกอ ดอกช่อแยกแขนง แบบเชิงหลั่น ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง ดอกย่อยแยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีแดง ผลแห้ง รูปไข่กลับกว้าง มี 3 พู แตกได้เมื่อสุกสีเหลือง
สรรพคุณของ ฝิ่นต้น : เปลือก ใช้เปลือกที่มีรสฝาด ปรุงกินเป็นยาคุมธาติ แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน
ฟ้าทะลาย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm. f.) Nees.
ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE
ชื่ออื่น : ฟ้าทะลายโจร, หญ้ากับงู, น้ำลายพังพอน
รูปลักษณะ : ฟ้าทะลาย เป็นไม้ล้มลุก สูง 30-60 ซม. ทั้งต้นมีรสขม ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งออกเป็นพุ่มเล็ก ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 4-8 ซม. สีเขียวเข้ม เป็นมัน ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝัก สีเขียวอมน้ำตาล ปลายแหลม เมื่อผลแก่จะแตกเป็นสองซีก ดีดเมล็ดออกมา
สรรพคุณของ ฟ้าทะลาย : ใบและทั้งต้น ใช้เฉพาะส่วนที่อยู่บนดิน ซึ่งเก็บก่อนที่ดอกจะบาน เป็นยาแก้ไข้ แก้เจ็บคอ แก้ท้องเสีย เป็นยาขมเจริญอาหาร ขนาดที่ใช้คือ พืชสด 1-3 กำมือ ต้มน้ำดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง หรือใช้พืชแห้งบดเป็นผงละเอียด ปั้นเป็นยาลูกกลอน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8 ซม. กินครั้งละ 3-6 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน สำหรับผงฟ้าทะลายที่บรรจุแคปซูลๆ ละ 500 มิลลิกรัม ให้กินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น อาการข้างเคียงที่อาจพบคือ คลื่นไส้
มังคุด
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangosteen, Garcinia mangostana Linn.
ชื่อวงศ์ : CLUSIACEAE
รูปลักษณะ : มังคุด เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-12 เมตร ทุกส่วนมียางสีเหลือง ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่ หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6-11 ซม. ยาว 15-25 ซม. เนื้อใบหนา และค่อนข้างเหนียว คล้ายหนัง หลังใบสีเขียวเข้ม เป็นมัน ท้องใบสีอ่อน ดอกเดี่ยวหรือเป็นคู่ ออกที่ซอกใบ ใกล้ปลายกิ่ง สมบูรณ์เพศ หรือแยกเพศ กลีบเลี้ยงสีเขียวอมเหลือง กลีบดอกสีแดง ฉ่ำน้ำ ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม
สรรพคุณของ มังคุด : เปลือกผล ใช้เปลือกผลแห้ง ซึ่งมีสารแทนนิน เป็นยาฝาดสมาน แก้โรคท้องร่วง ท้องเสียเรื้อรัง และโรคเกี่ยวกับลำไส้
สมอพิเภก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Beleric Myrobalan, Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.
ชื่อวงศ์ : COMBRETACEAE
ชื่ออื่น : ลัน, สมอแหน, แหน, แหนขาว, แหนต้น
รูปลักษณะ : สมอพิเภก เป็นไม้ยืนต้น สูง 25-50 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับแกมวงรี กว้าง 5-10 ซม. ยาว 10-20 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ขนาดเล็ก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ และดอกตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน กลีบสีเหลือง ผลเป็นผลสด ค่อนข้างกลม มีสัน 5 สัน
สรรพคุณของ สมอพิเภก : ผลดิบ ใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ ผลดิบ มีฤทธิ์ฝาดสมาน แก้ท้องเสีย
สายน้ำผึ้ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Japanese Honey-suckle, Lonicera japonica Thunb.
ชื่อวงศ์ : CAPRIFOLIACEAE
รูปลักษณะ : สายน้ำผึ้ง เป็นไม้เถาเลื้อยพัน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปไข่แกมขอบขนาน หรือรูปใบหอก กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 3-6 ซม. ดอกช่อออกเป็นกระจุก ที่ซอกใบและปลายกิ่ง กลีบดอก สีครีมแล้ว เปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม ผลเป็นผลสด รูปกลม เมื่อสุกมีสีดำ
สรรพคุณของ สายน้ำผึ้ง : ต้น ใช้ทั้งต้นแก้บิด ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะอาหาร ขับปัสสาวะรักษาฝี แผลเปื่อย มีการทดลองกับผู้ป่วย พบว่ามีฤทธิ์แก้ท้องเสีย
สีเสียดเหนือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Catechu Tree, Cutch Tree, Acacia catechu (Linn. f.) Willd.
ชื่อวงศ์ : FABACEAE
ชื่ออื่น : สีเสียด, สีเสียดแก่น, สีเสียดเหลือง
รูปลักษณะ : สีเสียดเหนือ เป็นไม้ยีนต้น สูง 10-15 เมตร กิ่งมีหนามเป็นคู่ ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ยาว 9-17 ซม. ใบย่อยจำนวนมาก รูปขอบขนาน ขนาดเล็ก ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ รูปทรงกระบอกตรง กลีบดอกสีนวล ผลเป็นฝัก แบนยาว สีน้ำตาล
สรรพคุณของ สีเสียดเหนือ : แก่น มีฤทธิ์ฝาดสมาน เนื่องจากมีสารแทนนิน ใช้กินแก้ท้องร่วง ใช้ภายนอกรักษาบาดแผล และโรคผิวหนัง ถ้าสับแก่นให้เป็นชิ้นเล็ก ต้มเคี่ยวไฟอ่อนๆ กับน้ำ กรอง เคี่ยวต่อ จะได้ยางสีน้ำตาลดำ มีลักษณะเหนียวปั้นเป็นก้อน ทิ้งไว้จนแห้งแข็ง เรียกกันว่าสีเสียดลาว มีรสฝาดมาก ใช้ปรุงยา หรือใช้ย้อมผ้า และฟอกหนังสัตว์
หูกวาง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Indian Almond, Terminalia catappa Linn.
ชื่อวงศ์ : COMBRETAEAE
รูปลักษณะ : หูกวาง เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ สูง 10-35 เมตร เปลือกเรียบ เรือนยอดแผ่กว้าง ในแนวราบ ใบเดี่ยว รูปไข่กลับ และออกแน่นที่ปลายกิ่ง เนื้อใบหนา ดอกช่อออกตามง่ามใบ ดอกเล็ก สีขาว ผลสีแดงเหลือง หรือเขียว รูปรีค่อนข้างแบน ทางด้านข้างยาว 3-7 ซม. มักขึ้นตามชายฝั่งทะเล
สรรพคุณของ หูกวาง : เปลือก ใช้เปลือกต้น ซึ่งมีรสฝาด เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องเสีย บิด ผลเป็นยาถ่าย ใบขับเหงื่อ น้ำมันที่บีบได้จากเมล็ดใช้รักษา โรคเรื้อน
เข็มแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ixora macrothyrsa Teijsm. et Binn.
ชื่อวงศ์ : RUBIACEAE
ชื่ออื่น : เข็มเศรษฐี
รูปลักษณะ : เข็มแดง เป็นไม้พุ่ม สูง 2-4 เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน หรือรูปวงรีแกมขอบขนาน กว้าง 6- 9 ซม. ยาว 15-20 ซม. หูใบอยู่ระหว่างก้านใบ ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงเข้ม เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ผลสด เมื่อสุกสีม่วงแดง
สรรพคุณของ เข็มแดง : ราก, ดอก แก้บิด
เปล้าน้อย
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Croton sublyratus Kurz
ชื่อวงศ์ : EUPHORBIACEAE
รูปลักษณะ : เปล้าน้อย เป็นไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้น สูง 1-4 เมตร ผลัดใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปใบหอกกลับ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-15 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง และที่ปลายกิ่ง ดอกช่อย่อยขนาดเล็ก แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีนวล ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู
สรรพคุณของ เปล้าน้อย : เปลือก, ใบ รักษาโรคท้องเสีย บำรุงโลหิตประจำเดือน ใบเปล้าน้อยที่ปลูกในประเทศไทย มีสาร Plaunotol ซึ่งมีฤทธิ์ สมานแผลในกระเพาะอาหารดีมาก แต่ต้องสกัด และทำเป็นยาเม็ด ปัจจุบัน บริษัทยาจากประเทศญี่ปุ่นจดสิทธิบัตร การผลิตจำหน่ายทั่วโลก นับมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี นับเป็นกรณีตัวอย่าง การสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของคนไทย
โกฏจุฬาลำพา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Artemisia vulgaris Linn.
ชื่อวงศ์ : ASTERACEAE
รูปลักษณะ : โกฏจุฬาลำพา เป็นไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1.5 เมตร รากมีกลิ่นหอม ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปใบหอก ขอบหยักเว้า ลึกเป็นพู ดอกช่อ แยกแขนง ประกอบด้วยช่อย่อยเป็นกระจุกกลม ขนาดเล็กออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง มีชั้นใบประดับ กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแห้ง ไม่แตกเมล็ด รูปขอบขนานหรือรูปไข่ ผิวเกลี้ยง
สรรพคุณของ โกฏจุฬาลำพา : ใบและช่อดอกแห้ง ใช้แก้ไข้ที่มีผื่น เช่น หัด สุกใส แก้ไอ
โมกหลวง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kurchi, Holarrhena pubescens (Buch.-Ham.) Wall, ex G. Don (H. antidysenterica Wall.)
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE
ชื่ออื่น : พุด, พุทธรักษา, มูกมันน้อย, มูกมันหลวง, มูกหลวง, โมกเขา, โมกทุ่ง, โมกใหญ่, ยางพุด
รูปลักษณะ : โมกหลวง เป็นไม้ยืนต้น สูง 8-15 เมตร ทุกส่วนมียางขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปวงรี กว้าง 5-12 ซม. ยาว 10-12 ซม. ผิวใบสีเขียวแกมเหลือง ท้องใบมีขนนุ่ม ดอกช่อ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว บริเวณกลางดอกสีเหลือง ผลเป็นฝักคู่
สรรพคุณของ โมกหลวง : เปลือก ใช้แก้บิด เจริญอาหาร พบว่ามีแอลคาลอยด์ Conessine ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อบิด และเคยใช้เป็นยารักษาโรคบิดอยู่ระยะหนึ่ง ปัจจุบันมีการใช้น้อย เนื่องจากพบฤทธิ์ข้างเคียงต่อระบบประสาท
ไข่เน่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vitex glabrata R. Br.
ชื่อวงศ์ : VERBENACEAE
ชื่ออื่น : ขี้เห็น, คมขวาน, ฝรั่ง
รูปลักษณะ : ไข่เน่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-25 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบย่อย 3-5 ใบ รูปไข่กลับแกมวงรี หรือรูปใบหอกกลับ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 10-13 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีม่วงอ่อน เชื่อมติดกันเป็นหลอดกว้าง มีขนละเอียด ผลเป็นผลสด รูปไข่หรือรูปไข่กลับ เมื่อสุกสีม่วงดำ
สรรพคุณของ ไข่เน่า : เปลือกต้น, ราก เป็นยาเจริญอาหาร แก้เด็กถ่ายเป็นฟอง แก้บิด แก้ไข้ แก้ตานขโมย แก้ท้องเสีย
ไพล
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber purpureum Rosc.
ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE
ชื่ออื่น : ปูลอย, ปูเลย, ว่านไฟ
รูปลักษณะ : ไพล เป็นไม้ล้มลุก สูง 0.7-1.5 เมตร มีเหง้าใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะ แทงหน่อ หรือลำต้นเทียมขึ้นเป็นกอ ประกอบด้วยกาบ หรือโคนใบหุ้มซ้อนกัน ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมใบหอก กว้าง 3.5-5.5 ซม. ยาว 18 -35 ซม. ดอกช่อ แทงจากเหง้าใต้ดิน กลีบดอกสีนวล ใบประดับสีม่วง ผลแห้ง รูปกลม
สรรพคุณของ ไพล : เหง้า ใช้เหง้าสดเป็นยาภายนอก โดยฝนทาแก้เคล็ดยอก ฟกบวม เส้นตึง เมื่อยขบ เหน็บชา สมานแผล จากการวิจัยพบว่า ในเหง้ามีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีคุณสมบัติลดอาการอักเสบ และบวม จึงมีการผลิตยาขึ้ผึ้งผสมน้ำมันไพล เพื่อใช้เป็นยาทาแก้อาการเคล็ดขัดยอก น้ำมันไพลผสมแอลกอฮอล์ สามารถทากันยุงได้ ใช้เหง้ากินเป็นยาขับลม ขับประจำเดือน มีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ แก้บิด สมานลำไส้ นอกจากนี้พบว่าในเหง้ามีสาร 4-(4-Hydroxy-1-Butenyl)Veratrole ซึ่งมีฤทธิ์ขยายหลอดลม ได้ทดลองใข้ผงไพลกับผู้ป่วยเด็กที่เป็นหิด สรุปว่าให้ผลดี ทั้งในรายที่มีอาการหอบหืดแบบเฉียบพลัน และเรื้อรัง

|