| | ๏ ถวิลวันจันทร์ทิวาขึ้นห้าค่ำ |
| ลงนาวาคลาเคลื่อนออกเลื่อนลำ | พอเสียงย่ำยามสองกลองประโคม |
| น้ำค้างย้อยพรอยพรมเป็นลมว่าว | อนาถหนาวนึกเคยได้เชยโฉม |
| มาลับเหมือนเดือนดับพยับโพยม | ยิ่งทุกข์โทมนัสในใจรัญจวน |
| โอ้หน้าหนาวคราวนี้เป็นที่สุด | ไม่มีนุชแนบชมเมื่อลมหวน |
| พี่เห็นนางห่างเหยังเรรวน | มิได้ชวนเจ้าไปชมประธมประโทนฯ |
| | |
| ๏ ที่ปลูกรักจักได้ชื่นทุกคืนค่ำ | ก็เตี้ยต่ำตายฝอยกรองกร๋อยโกร๋น |
| ที่ชื่นเชยเคยรักเหมือนหลักประโคน | ก็หักโค่นขาดสูญประยูรวงศ์ |
| ยังเหลือแต่แม่ศรีสาครอยู่ | ไปสิงสู่เสน่หานางสาหงส์ |
| จะเชิญเจ้าเท่าไรก็ไม่ลง | ให้คนทรงเสียใจมิได้เชยฯ |
| | |
| ๏ วัดระฆังตั้งแต่เสร็จสำเร็จศพ | ไม่พานพบภคินีเจ้าพี่เอ๋ย |
| โอ้แลเหลียวเปลี่ยวใจกระไรเลย | มาชวดเชยโฉมหอมถนอมนวล |
| จนนาวาคลาคล่องเข้าคลองกว้าง | ตำบลบางกอกน้อยละห้อยหวน |
| ตลาดแพแลตลอดเขาทอดพวน | แลแต่ล้วนเรือตลาดไม่ขาดคราว |
| ทุกเรือนแพแลลับระงับเงียบ | ยิ่งเย็นเยียบยามดึกให้นึกหนาว |
| ในอากาศกลาดเกลื่อนด้วยเดือนดาว | เป็นลมว่าวเฉื่อยฉิวหวิวหวัวใจ |
| โอ้บางกอกกอกเลือดให้เหือดโรค | แต่ความโศกนี้จะกอกออกที่ไหน |
| แม้นได้แก้วแววตามายาใจ | แล้วก็ไม่พักกอกดอกจริงจริงฯ |
| | |
| ๏ ดูวังหลังยังไม่ลืมที่ปลื้มจิต | เคยมีมิตรมากมายทั้งชายหญิง |
| มายามดึกนึกถึงที่พึ่งพิง | อนาถนิ่งน้อยหน้าน้ำตานอง |
| บางหว้าน้อยน้อยจิตด้วยพิสมัย | น้อยหรือใจจืดจางให้หมางหมอง |
| หมายว่ารักจักได้พึ่งเหมือนหนึ่งน้อง | เห็นเจ้าของขายหน้าทั้งตาปี |
| ถึงวัดทองหมองเศร้าให้เหงาเงียบ | เย็นยะเยียบหย่อมหญ้าป่าช้าผี |
| สงสารฉิมนิ่มน้องสองนารี | มาปลงที่เมรุทองทั้งสองคน |
| ขอบุญญาอานิสงส์จำนงสนอง | ช่วยส่งสองศรีสวัสดิ์ไปปัฏิสนธิ์ |
| ศิวาลัยไตรภพจบสกล | ประจวบจนได้พบประสบกัน |
| ทั้งแก้วเนตรเกสรามณฑาทิพย์ | จงลอยลิบลุล่วงถึงสรวงสวรรค์ |
| จะเกิดไหนได้อยู่คู่ชีวัน | อย่ามีอันตรายเป็นเหมือนเช่นนี้ฯ |
| | |
| ๏ วัดประขาวขาวเหลือเชื่อไม่ได้ | ด้วยดวงใจเจ้ามันคล้ำดำมิดหมี |
| แม่หม้ายสาวขาวโศกโฉลกมี | เหมือนแม่ศรีสาครฉะอ้อนเอว |
| โอ้เคราะห์กรรมจำคลาดนิราศร้าง | เพราะขัดขวางความในเหมือนไขว่เฉลว |
| ทั้งเกลียดลิ้นนินทาพาลาเลว | เหมือนควันเปลวปลิวต้องให้หมองมอม |
| เสียดายแต่แม่ศรีเจ้าพี่เอ๋ย | จะชวดเชยชวดชิดสนิทสนอม |
| เหมือนดอกไม้ไกลแดนเพราะแตนตอม | ใครแปลงปลอมปลิดสอยมันต่อยตายฯ |
| | |
| ๏ บางบำหรุเหมือนบำรุบำรุงรัก | จะพึ่งพักพิศวาสเหมือนมาดหมาย |
| ไม่เหมือนนึกตรึกตรองเพราะสองราย | เห็นฝักฝ่ายเฟือนลงด้วยทรงโลม |
| พอสิ้นแพแลล้วนสวนสงัด | พยุพัดฮือฮือกระพือโหม |
| ยิ่งดึกดาววาววามดังตามโคม | น้ำค้างโซมแสนหนาวให้เปล่าใจ |
| บางขุนนนท์ต้นลำภูดูหิ่งห้อย | เหมือนเพชรพร้อยพรอยพร่างสว่างไสว |
| จังหรีดร้องซ้องเสียงเรียงเรไร | จะแลไหนเงียบเหงาทุกเหย้าเรือน |
| บางระมาดมาดหมายสายสวาท | ว่าสมมาดเหมือนใจแล้วไม่เหมือน |
| แสนสวาทมาดหมายมาหลายเดือน | มีแต่เคลื่อนแคล้วคลาดประหลาดใจ |
| วัดไก่เตี้ยไม่เห็นไก่เห็นไทรต่ำ | กอระกำแกมสละขึ้นไสว |
| หอมระกำก็ยิ่งช้ำระกำใจ | ระกำไม่เหมือนระกำที่ช้ำทรวง |
| ถึงสวนหลวงหวงห้ามเหมือนความรัก | เหลือที่จักจับต้องเป็นของหลวง |
| แต่รวยรินกลิ่นผกาบุปผาพวง | ระรื่นร่วงเรณูฟูขจร |
| โอ้ไม้ต้นคนเฝ้าแต่เสาวรส | ยังปรากฏกลิ่นกล่อมหอมเกสร |
| แต่โกสุมภุมรินมาบินวอน | ไม่ดับร้อนร่วงกลิ่นให้ดิ้นโดย |
| ดึกกำดัดสัตว์อื่นไม่ตื่นหมด | แต่นกกดร้องเร้ากระเหว่าโหวย |
| ระรวยรินกลิ่นโศกมาโบกโบย | โอ้โศกโรงเหมือนพี่ร้างมาทางจรฯ |
| | |
| ๏ ถึงบางขวางปางก่อนว่ามอญขวาง | เดี๋ยวนี้นางไทยลาวแก่สาวสอน |
| ทำยกย่างขวางแขวนแสนแสงอน | ถึงนางมอญก็ไม่ขวางเหมือนนางไทย |
| วัดพิกุลฉุนกลิ่นระรินรื่น | โอ้หอมชื่นเช่นกับรสแป้งสดใส |
| เหมือนพิกุลอุ่นทรวงพวงมาลัย | ที่เคยใส่หัตถ์หอมถนอมนวล |
| โอ้ยามนี้มิได้เชยเหมือนเคยชื่น | มาหอมรื่นแต่ดอกไม้ที่ในสวน |
| พระพายโชยโรยรินกลิ่นลำดวน | เหมือนจะชวนชื่นใจเมื่อไกลเชย |
| บางสนามนึกขามแต่หนามเสี้ยน | หนามทุเรียนรักฉีกอีกเจ้าเอ๋ย |
| ที่กีดขวางทางความแต่หนามเตย | ไม่น่าเชยน่าชังล้วนรังแตน |
| ถึงสวนแดนแสนเสียดายสายสวาท | มาสิ้นชาติชนมโลกให้โศกแสน |
| ไปสวรรค์ชั้นบนคนละแดน | ไม่ร่วมแผ่นภพโลกยิ่งโศกใจฯ |
| | |
| ๏ ถึงวัดเกดเจตนาแต่การะเกด | ไม่สมเจตนาน่าน้ำตาไหล |
| เคยสบเนตรเกษน้อยกลอยฤทัย | มาจำไกลกลืนกลั้นที่รัญจวน |
| น้ำค้างพรมลมชายระบายโบก | หอมดอกโศกเศร้าสร้อยละห้อยหวน |
| เหมือนโศกร้างห่างเหเสน่ห์นวล | มาถึงสวนโศกช้ำระกำทรวง |
| เห็นรักน้ำคร่ำคร่าไม่น่ารัก | จะเด็ดหักเสียก็ได้เขาไม่หวง |
| แต่ละต้นผลลูกดังผูกพวง | ก็โรยร่วงเปล่าหมดไม่งดงาม |
| เหมือนรักคนคนรักทำยักยอก | จะเก็บดอกเด็ดผลคนก็ขาม |
| แม้นยางลูกถูกหัตถ์ก็กัดลาม | เหมือนรำรามรักรายริมชายพงฯ |
| | |
| ๏ วัดชะลอใครหนอชะลอฉลาด | เอาอาวาสมาไว้ให้อาศัยสงฆ์ |
| ช่วยชะลอวรลักษณ์ที่รักทรง | ให้มาลงเรือร่วมนวมที่นอน |
| ถนอมแนบแอบอุ้มประทุมน้อย | แขนจะคอยเคียงวางไว้ต่างหมอน |
| เมื่อปลื้มใจไสยาอนาทร | จะกล่าวกลอนกล่อมขนิษฐ์ให้นิทราฯ |
| | |
| ๏ เห็นคลองขวางบางกรวยระทวยจิต | ไม่ลืมคิดนิ่มน้อยละห้อยหา |
| เคยร่วมสุขทุกข์ร้อนแต่ก่อนมา | โอ้สิ้นอายุเจ้าได้เก้าปี |
| แต่ก่อนกรรมทำสัตว์ให้พลัดพราก | จึงจำจากนิ่มน้องให้หมองศรี |
| เคยไปมาหาน้องในคลองนี้ | เห็นแต่ที่ท้องคลองนองน้ำตา |
| สงสารบุตรสุดเศร้าทุกเช้าค่ำ | ด้วยเป็นกำพร้าแม่ชะแง้หา |
| เขม้นมองคลองบ้านดูมารดา | เช็ดน้ำตาโซมซาบลงกราบกราน |
| ยิ่งตรอมตรึกดึกดื่นสะอื้นอั้น | จนไก่ขันเอื้อนเอกวิเวกหวาน |
| เหมือนนิ่มน้องร้องเรียกสำเหนียกนาน | เจียนจะขานหลงแลชะแง้คอยฯ |
| | |
| ๏ บางสีทองคลองบ้านน้ำตาลสด | อร่อยรสซาบซ่านหวานคอหอย |
| เหมือนปากพี่สีทองของน้องน้อย | เป็นคู่บอกดอกสร้อยสักรวา |
| ทุกวันนี้พี่ก็เฒ่าเราก็หง่อม | เธอเป็นจอมเราเป็นจนต้องบ่นหา |
| โอ้จอมพี่สีทองของน้องยา | เมื่อไรจะพาพิมน้อยมากลอยใจฯ |
| | |
| ๏ บางอ้อช้างโอ้ช้างที่ร้างโขลง | มาอยู่โรงรักป่าน้ำตาไหล |
| พี่คลาดแคล้วแก้วตาให้อาลัย | เหมือนอกไอยราร้างฝูงนางพังฯ |
| | |
| | โปรดอ่านต่อหน้าถัดไป |